เรียนขับรถ&สอบใบขับขี่

ไปเรียนขับรถมาตั้งแต่วันที่ 13 ส.ค. แต่ยังไม่อยากอัพได กะว่าไปสอบใบขับขี่แล้วค่อยอัพรวมกันทีเดียว

13 ส.ค. 53 เรียนขับรถวันแรก

เริ่มชั่วโมงแรก รู้สึกตื่นเต้น เพราะเคยแต่เป็นคนนั่งข้าง คอยจำทิศทางมาตลอด ต้องมานั่งถือพวงมาลัยรถเอง ในใจคิดว่า "จะรอดมั้ยเรา" แม่แก้วเดินใจเต้นระทึกไปที่โรงเรียนสอนขับรถ แนะนำตัวกับครูเรียบร้อย ครูก็พาขึ้นรถไปยังอีกหมู่บ้านที่มีรถน้อย เหมาะสำหรับเรียนขับรถ เริ่มเรียนด้วยรถเกียร์ธรรมดา ครูที่สอนจะบอกเรื่องขั้นตอนพื้นฐานตามลำดับที่เราต้องดู คือ ปรับเบาะให้ได้ระยะ ปรับกระจกข้างซ้าย-ขวา ปรับกระจกมองหลัง ตรวจดูว่าเข้าเกียร์ว่างไว้หรือยัง แล้วจึงสตาร์ทรถ แต่ยังค่ะ ยังไม่เริ่มสตาร์ทจริง เพราะคนที่ไม่เคยขับรถมาเลยอย่างแม่แก้วเนี่ย ต้องมาเรียนรู้ทฤษฎีเกี่ยวกับการเข้าเกียร์ก่อน ก็เริ่มหัดเข้าเกียร์ แล้วครูจะสอบโดยการที่เค้าจะเข้าเกียร์ (ห้ามเรามองเด็ดขาด) แล้วจะให้เราปลดเกียร์พร้อมกับตอบว่าเกียร์ที่เข้าไว้นั้นเป็นเกียร์อะไร พอทำความรู้จักกับเกียร์เสร็จแล้ว อันดับต่อไปก็ทำความรู้จักกับพวงมาลัยรถ ก็ทักทายโดยการหมุนพวงมาลัยไปให้สุดทั้งด้านซ้ายและขวาสลับกันไปมา ทำอยู่ประมาณ 20 นาที จนกว่าจะคล่อง ขอบอกว่าปวดไหล่มากมาย

หลังจากทำความรู้จักทักทายกับเกียร์และพวงมาลัยแล้ว คราวนี้เค้าก็จะให้ออกรถแล้ว เริ่มด้วยการปล่อยคลัช พอรถออกตัวไปได้ก็ให้แตะเบรก ทำสลับไปมาอย่างนี้ แล้วก็ถอยหลัง เค้าจะให้เราฝึกถอยหลังชิดด้านซ้ายก่อน แล้วก็ถอยชิดด้านขวา ด้วยการเลี้ยงคลัช จังหวะนี้ไม่มีการแตะเบรกเลย ถ้าเราต้องการชะลอความเร็วรถหรือหยุดรถก็ให้ทำด้วยการเหยียบคลัชเข้าไปเท่านั้น พร้อมกับพยายามยังถือพวงมาลัยรถให้ตรง ถอยให้ตรง ไม่ให้รถส่ายเป็นงูเลี้อย

เมื่อเริ่มคล่องขึ้นแล้ว ก็มาทำความรู้จักกับการเลี้ยวบ้าง เริ่มจากเลี้ยวขวาก่อน ครูจะบอกตลอดว่าระยะไหนให้เปิดไฟเลี้ยว ระยะไหนให้เริ่มหมุนพวงมาลัยเพื่อเลี้ยว แล้วเลี้ยวไปได้เท่าไหร่จึงต้องคืนพวงมาลัย พร้อมกับบอกจุดสังเกตไปด้วย จากนั้นก็เลี้ยววนไปเรื่อย ๆ ตามที่ครูบอก ถ้าเห็นว่าเราเลี้ยวไม่ทัน เค้าก็จะช่วยจับพวงมาลัยให้ หรือไม่ก็จะเบรก พร้อมกับบอกว่าเราทำผิดพลาดอย่างไร และต้องแก้ไขอย่างไรเพื่อให้เลี้ยวได้ คราวนี้มาเลี้ยวซ้ายกันบ้าง ก็ทำเหมือนกับตอนหัดเลี้ยวขวา

เวลา 2 ชั่วโมงแรกของการเรียนขับรถหมดไปอย่างรวดเร็ว แต่ช้าก่อน อย่าได้คิดเชียวนะว่าแม่แก้วจะได้นั่งข้างคนขับกลับมายังโรงเรียนแบบสบาย ๆ ไม่ใช่เลย ครูให้แม่แก้วขับกลับมาด้วยตัวเอง โดยมีครูคอยบอกให้ว่าเปิดไฟเลี้ยว ปล่อยคลัช เพิ่มคันเร่ง แตะเบรก เหยียบคลัช เลี้ยวได้ คืนพวงมาลัย ระยะทางที่แม่แก้วขับกลับนั้นประมาณ 1 กิโลเมตรกว่า ๆ แต่รู้สึกเหมือนสัก 10 กิโลเมตร รถก็วิ่งผ่านมาเยอะ ในที่สุดแม่แก้วก็ถึงโรงเรียนโดยสวัสดิภาพ

เวลา 16.00 น. แม่แก้วเดินไปโรงเรียนสอนขับรถอีกรอบ เพื่อเรียนอีก 3 ชั่วโมง ซึ่งเดิมทีเวลา 3 ชั่วโมงนี้จะเป็นวันจันทร์แต่เนื่องจากแม่แก้วต้องไปโรงพยาบาลกับคุณตาฮัตจึงไม่สามารถไปเรียนในเวลาที่จองไว้ได้ และในวันจันทร์ก็คิวเต็มหมดแล้ว แม่แก้วเลยย้ายเวลามาเรียนวันนี้เสียเลย ยังคงเรียนกับครูคนเดิมเมื่อรอบเช้า คราวนี้ครูให้แม่แก้วขับรถออกจากหมู่บ้านด้วยตัวเองเลย เพื่อไปยังสนามสำหรับเรียน ให้ตายเหอะ ขับรถชั่วโมงที่ 3 ก็พาออกถนนใหญ่เลยเหรอเนี่ย แล้วถนนใหญ่มากด้วย เส้นตลิ่งชั่น - สุพรรณบุรี ถ้าใครเคยไปก็จะรู้ว่ารถเยอะมาก ออกเส้นนั้นแล้วไปเลี้ยวเข้าซอยวัดลาดปลาดุก ถนนกว้างขวางดี แต่ที่ไม่ดีคือเส้นนี้มีการทำถนนเป็นบางช่วง ซึ่งต้องคอยระวังขณะขับเบี่ยงเลน มือใหม่ก็มือสั่นล่ะค่ะ เจอรถบรรทุกมาอิงแอบแนบข้างนี่คะ ไม่สั่นยังไงไหว พอถึงสนามเรียน ครูก็ให้ฝึกถอยหลังเดินหน้าให้เป็นเส้นตรง โดยการมองกระจกข้างซ้าย-ขวา หัดกลับรถ ถ้ากลับไม่พ้นต้องแก้ไขยังไง เสร็จแล้วก็พาขับกลับไปยังหมู่บ้านเดิมที่เรียนเมื่อเช้าเพื่อไปหัดเลี้ยวให้คล่อง

จบการเรียนขับรถวันแรกเวลา 5 ชั่วโมงด้วยการนอนปวดแขนปวดขาเหมือนไปออกกำลังกายมายังไงยังงั้น

14 ส.ค. 53 วันที่สองของการเรียนขับรถ

วันนี้เรียน 2 ชั่วโมง และเช่นเคย ครูให้แม่แก้วขับออกจากหน้าโรงเรียนด้วยตัวเอง (ลืมบอกไป หลังจาก 2 ชั่วโมงแรกที่เรียนแล้วนั้น แม่แก้วจะเป็นคนขับไปสนามเรียนเองตลอด ครูจะไม่ขับให้อีกแล้ว) ครูพาขับลัดเลาะตามซอยเล็ก ๆ ไปทะลุซอยวัดลาดปลาดุก ซึ่งซอยเล็ก ๆ พวกนี้ครูบอกว่าขับยากกว่าถนนใหญ่หลายเท่านัก เพราะไม่มีเส้นแบ่งเลน ทุกอย่างต้องวัดใจกันเท่านั้น จากนั้นก็ตรงไปเรื่อย ๆ จนถึงสนามเรียนที่เคยไปมาเมื่อวาน วันนี้ครูให้ฝึกท่าสำหรับสอบใบขับขี่ หัดท่าสอบประมาณ 1 ชั่วโมงก็ขับกลับ แต่อย่าคิดว่าจะได้ขับกลับแบบทางสบาย ๆ นะคะ ไม่ใช่เลย ครูพาไปอีกทาง ซึ่งเป็นถนนด้านหลังที่มีรถบรรทุกวิ่งกันมากมาย ถนนทรุดตัวเยอะมาก และบางช่วงก็เป็นหลุมเป็นบ่อ ถนนแคบมีสองเลน โค้งเยอะ แล้วบางโค้งก็เป็นตัว S ซะด้วย สะพานก็เยอะ แถมมีอีกที่พอลงสะพานปุ๊บก็เลี้ยวซ้ายทันที ลัดเลาะจากบางบัวทองไปออกซอยกันตนาบางใหญ่ แล้วก็ออกถนนใหญ่ ตื่นเต้นค่อด ๆ คราวนี้ขับเส้นตลิ่งชัน-สุพรรณบุรีแบบระยะทางยาวไกลว่าเมื่อวานหลายกิโลเมตรเลยล่ะ แต่ยังนะคะ ยังไม่ใช่ว่าจะรอดพ้น บทเรียนท้าทายกำลังรอแม่แก้วอยู่ข้างหน้า ใช่แล้วค่ะ รถติด แม่แก้วมาเจอรถติดแถวบิ๊กคิงส์บางใหญ่อีก โอ้โห เมื่อยขามากมาย ในใจก็คิดว่า ถ้าต้องขับเองแบบไม่มีครู ไม่มีคนช่วยเบรก (ที่นั่งด้านข้างคนขับที่ครูนั่งจะมีเบรกด้วย) ช่วยตบพวงมาลัยให้เนี่ยจะรอดมั้ยหว่า

15 ส.ค. 53 วันที่สามของการเรียนขับรถ

วันนี้ก็เรียน 2 ชั่วโมงอีกแล้ว ก็ไม่มีอะไรมากมาย เนื่องจากเวลาเรียนน้อย และเป็นช่วงห้าโมงเย็นแล้ว ครูก็เลยพาลัดเลาะไปสนามเดิม แต่เปลี่ยนเส้นทางอีกแล้ว สนามนี้ไปได้หลายทางจริง ๆ เลย คราวนี้เจอทางวิบากกว่าเก่าตรงที่โค้งไม่เยอะ แต่หลุมบ่อเพียบ ต้องคอยหลบหลุม ซึ่งเวลาหลบนั้นต้องมองด้านหน้าและกระจกหลังตลอดเพื่อระวังรถ หากหลุมไหนหลบไม่ได้เพราะมีรถมา ครูก็จะสอนว่าต้องเหยียบคลัชแบบไหน เหยียบเบรกยังไง รถถึงจะลงหลุมได้แบบนิ่มนวลและขึ้นจากหลุมได้แบบสบาย ๆ วันนี้ครูสอนการค้างเนิน ว่าต้องทำยังไงรถถึงจะไม่ไหลและสามารถออกตัวได้โดยที่เครื่องยนต์ไม่ดับ ครูจะนั่งข้างแนะนำให้ 2 รอบ จากนั้นก็จะลงจากรถ ให้ทำคนเดียว พอเห็นว่าเริ่มคล่องดีแล้วก็บอกให้ขับไปเข้าซองที่ครูตั้งเสาไว้ให้ แล้วก็เทรนท่าสอบใบขับขี่อีก ขากลับก็ขับกลับทางเดิม วันนี้รู้สึกว่าตัวเองเริ่มชินกับรถมาขึ้น เปลี่ยนเกียร์ได้เร็วขึ้น เลี้ยวได้ดีขึ้น แต่ยังติด ๆ ขัด ๆ กับการลดเกียร์อยู่บ้าง

16 ส.ค. 53 วันนี้ไม่มีเรียน เพราะเรียนไปแล้วเมื่อวันเสาร์

17 ส.ค. 53 วันนี้เรียน 4 ชั่วโมง

เจอครูคนแรกที่สอนอีกครั้ง ครูพาไปสนามเรียนที่เกษตร วันนี้ได้หัดกลับรถบนสะพานกลับรถ ขับไปตามถนนสาย 345 แล้วไปเข้าหลักสี่ หัดเปลี่ยนเลนรถ หัดแซงรถคันหน้า พอไปถึงสนามครูก็พาวนทำท่าสอบใบขับขี่ 1 รอบ แล้วก็ลงไปยืนดูให้แม่แก้วจัดการทำด้วยตัวเอง โดยมีข้อห้ามเด็ดขาดคือ ห้ามใช้คันเร่ง ให้ใช้การเลี้ยงคลัชเท่านั้น หากทำขั้นตอนไหนผิดครูก็จะเดินมาบอกที่รถ แล้วแนะวิธีแก้ไขให้ ฝึกท่าสอบใบขับขี่อยู่สักพัก ฝนห่าใหญ่ก็ตกลงมา แม่แก้วแย่แล้ว แค่ช่วงเวลาสี่โมงเย็น เส้นงามวงศ์วานก็ติดสาหัสอยู่แล้ว เจอฝนตกเข้าไปอีกมีหวังติดแบบโคม่าต้องนอนห้องไอซียูแน่นอน และเป็นไปตามที่คิดไว้ ทันทีที่เลี้ยวรถออกจากถนนวิภาวดีไปทางแยกเกษตรเพื่อกลับรถก็เจอรถติดทันที คราวนี้ครูสอนการซิกแซ็กเปลี่ยนเลน และการขับรถเวลารถติด เวลาผ่านไปยี่สิบนาที แม่แก้วก็ยังไม่ถึงที่กลับรถแยกเกษตรเสียที ครูตัดสินใจพาลอดอุโมงค์ไปกลับรถใต้สะพานเกษตรตัดใหม่แทน แต่วิบากกรรมของแม่แก้วก็ยังไม่หมดเท่านี้ แม่แก้วยังมาเจอรถติดบนสะพานข้ามแยกพงษ์เพชรอีก ให้ตายดิ้นเหอะ ตอนนี้เท้าซ้ายที่เหยียบคลัชเริ่มจะล้าเต็มที ตอนเหยียบคลัชยังไม่เท่าไหร่ แต่ตอนปล่อยคลัชนี่แทบไม่รู้สึกแล้วว่าปล่อยมาเยอะหรือน้อยแค่ไหน แต่ก็กัดฟันสู้ เอาวะ ยังไงก็มีครูนั่งข้างเค้ายังคอยช่วยเบรกช่วยจับพวกมาลัยให้เราได้นี่นา ถ้าไม่ฝึกตอนนี้แล้วจะไปฝึกตอนไหน ในที่สุดแม่แก้วก็ผ่านสะพานข้ามแยกพงษ์เพชรมาได้แบบดีเยี่ยมเพราะสามารถประคองรถได้ตลอดรอดฝั่งโดยที่เครื่องยนต์ไม่ดับเลย แต่ทันทีที่ลงมาเจอรถติดหน้าพันทิพย์งามวงศ์วาน แม่แก้วก็ทำเครื่องยนต์ดับไป 3 รอบ ครูบอกว่าสาเหตุเนื่องมาจาก ขาซ้ายเริ่มล้า เลยปล่อยคลัชเร็ว และเหยียบคันเร่งไม่ทัน ก็ต้องแก้ไขกันไป กว่าจะผ่านจุดรถติดได้ก็ใช้เวลาไปเกือบสองชั่วโมง พอลงจากรถได้แทบจะเดินลากขากันเลยทีเดียว

18 ส.ค. 53 วันสุดท้ายของการเรียนขับรถ

2 ชั่วโมงสุดท้าย ก็ครบคอร์สแล้ว วันนี้เรียนเกียร์ออโต้ ช่างสบายอะไรเช่นนี้ ขับง่ายดายเหลือเกิน แต่จะว่าไปนะ แม่แก้วว่าเกียร์ธรรมดาขับสนุกกว่าแฮะ วันนี้ไม่ได้ฝึกท่าสอบใบขับขี่เลย เพราะเมื่อวานนี้รถติดมาก เลยผิดแผนที่จะขับรถขึ้นห้างและหัดจอดในลานจอดรถ ก็เลยต้องมาเรียนวันนี้แทน เริ่มเรียนด้วยกันฝึกเลี้ยงเบรก ฝึกเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาให้คุ้นเคยกับรถเกียร์ออโต้เสียก่อน จากนั้นก็ออกถนนใหญ่ ขึ้นสะพานกลับรถ แล้วฝึกเปลี่ยนเลน ค่อย ๆ เข้าทีละเลนจนไปซ้ายสุด แล้วมุดลงกลับรถใต้สะพาน ขึ้นมาค่อย ๆ เข้าเลนขวามือไปเรื่อย ๆ เพื่อขึ้นสะพานกลับรถอีกครั้ง ฝึกอย่างนี้จนกว่าจะคล่อง ก็หลายสิบรอบอยู่ จากนั้นก็ไปขึ้นลานจอดรถห้างกัน ตอนขึ้นก็สบาย ๆ เพราะเรียนด้วยรถเกียร์ออโต้นี่นา แล้วก็ไปฝึกถอยหลังเข้าซองระหว่างรถสองคัน ระหว่างที่ฝึกอยู่นั้นแม่แก้วได้ยินเสียงโครมดังสนั่น หันมองรอบรถตัวเอง โล่งใจหน่อยไม่ใช่รถเรา มองตรงไปข้างหน้าเห็นรถวีออสสีขาวจอดแน่นิ่งอยู่กับรถกระบะเชฟโรเล็ต ครูก็บอกให้แม่แก้วจอดรถให้เรียบร้อยแล้วดับเครื่อง แล้วก็เดินไปดูอุบัติเหตุกัน ระหว่างที่ทำตัวเป็นไทยมุงนั้น ครูก็จะบอกไปด้วยว่าเพราะอะไรรถคันนี้ถึงได้เกิดอุบัติเหตุ

19 ส.ค. 53 วันสอบใบขับขี่

นัดเจอกันที่โรงเรียนสอนขับรถสำนักงานใหญ่เวลา 6.30 น. ไปถึงครูจะทำการติวเข้มทบทวนให้อีกครั้งก่อนจะขับรถพาไปที่กรมการขนส่งทางบก ที่จตุจักร ครูปล่อยลงหน้าตึกให้ขึ้นไปทำการลงทะเบียนเข้าสอบ เข้าทดสอบสมรรถภาพ ทุกอย่างผ่านฉลุย จากนั้นก็ไปลงทะเบียนเข้าอบรม อ้อ ถ้าใครแต่งกายไม่สุภาพเค้าเช่นกางเกงขาสั้น สายเดี่ยว เกาะอก เค้าไม่ให้เข้าอบรมนะคะ แต่ก็จะมีชุดคลุมสีม่วงให้ใส่ค่ะ เข้าอบรมเสร็จก็ออกมาสอบข้อเขียน คราวนี้ข้อสอบ 30 ข้อ ผิดได้ 7 ข้อ นั่นคือต้องได้ 23 คะแนน ถึงจะผ่าน แม่แก้วโชคดีที่คอมพิวเตอร์ random ข้อสอบที่เป็นป้ายจราจรมาเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งง่ายสำหรับแม่แก้วมาก เพราะประสบการณ์จากการนั่งข้างคนขับเดินทางตามถนนต่างจังหวัดนั้นช่วยได้มาก เพราะต้องสังเกตป้ายข้างทางอยู่บ่อย ๆ ทำได้ 27 ข้อ ผิดไป 3 ข้อ ก็โอเคถือว่าผ่านแบบไม่ขี้เหร่นัก เสร็จแล้วเดินลงมาลงทะเบียนสอบปฏิบัติ ได้บัตรคิวเรียบร้อยก็ออกมาหาครูที่รออยู่ ครูก็ให้ไปกินข้าวให้เรียบร้อย แล้วก็มารวมกลุ่มกันเพื่อติวเข้มอีกครั้ง

แม่แก้วได้บัตรคิวลงท้ายด้วยเลขคี่ ซึ่งต้องสอบจุด A รถที่ใช้สอบคือรถของโรงเรียน แม่แก้วเปรี้ยวค่ะ เลือกใช้รถเกียร์ออโต้ในการสอบ ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยใช้รถเกียร์ออโต้ฝึกท่าสอบใบขับขี่มาก่อนเลย ผลออกมาคือ ตกค่ะ และเป็นการสอบตกแบบเจ็บปวดซะด้วย เพราะหลังจากที่ถอยหลังเข้าจอดได้เรียบร้อยแล้ว กรรมการบอกให้ออกรถได้ แม่แก้วก็ออกรถ พอหัวรถผ่านเสาได้ไม่ชน ความอยากรู้อยากเห็นก็ทำให้แม่แก้วมองกรรมการผ่านกระจกหลัง ดีใจมาก เห็นมือขีดถูกแล้วเซ็นต์ชื่อ พร้อม ๆ กับที่ได้ยินเสียงดังกึก เหลือบตาไปมอง เวรแล้วไง ล้อหลังไปเกี่ยวกับเสาซะได้ มองกรรมการอีกที สบตาปิ๊ง ๆ ในกระจก แล้วภาพที่เห็นก็คือ กรรมการก้มลงไปขีดอีก 1 เส้นเป็นกากบาท ภาพนี้มันช่างติดตาเสียนี่กระไร ไม่เป็นไร ขับไปสอบในท่าที่ 3 ต่อ ก็ไม่ผ่านอีกเหมือนกัน คือ จอดได้พอดี แต่ล้อหลังไม่ทับเส้นเหลือง ขอบล้ออยู่ตรงริมเส้นเหลืองแบบพอดิบพอดี ขับออกมาส่งเอกสารพร้อมกับรับใบสอบซ่อม

รู้สึกเศร้าใจนิดหน่อยว่าไม่น่าพลาดเลย ผิดพลาดเพียงนิดเดียวเท่านั้น แต่ไม่เป็นไร คิดซะว่าเราเป็นชนกลุ่มมากก็แล้วกัน

สรุป รู้สึกว่าตัวเองคิดถูกแล้วที่เลือกเรียนขับรถกับโรงเรียนนี้ ครูเอาใจใส่ดี สอนเข้าใจง่าย และบอกเทคนิคต่าง ๆ ในการขับรถให้มากมาย แล้วการพาไปสอบใบขับขี่นั้น ครั้งนี้ไม่ผ่าน เค้าก็จะนัดใหม่ในสัปดาห์หน้าพร้อมกับพาเราลงซ้อมในสนามสอบจริงให้ด้วย ถือว่าเค้าบริการดีใช้ได้เลยทีเดียว

     Share

<< มนุษย์เงินเดือน come backปราจีนบุรีในความทรงจำ >>

Posted on Thu 19 Aug 2010 21:29

ออกถนนโลดค่ะ คุณแก้ว ชั่วโมงบินอยู่ตรงนี่แหละแล้วก็จะชินไปเอง
   
Tue 24 Aug 2010 20:16 [1]

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 

รายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ได้จากการทำแบบสอบถามออนไลน์
ปาร์ตี้ครบ 2 ขวบ
4 เม.ย. 54 วันนี้ฮัตครบ 2 ขวบแล้วครับ
ฮิลล์ไซด์ คันทรีโฮม กอล์ฟ&รีสอร์ท
Dream จะปล่อยให้เป็นเพียงฝัน หรือจะออกไปไขว่คว้าฝันมาไว้กับตัว
เนื้อย่างร้านคิงคองกับพี่ ๆ ที่ทำงานเก่า
ดอกปาริชาตสวรรค์
ปฐมนิเทศอบรมโครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่
ฮัตกลับมาหาแฟนคลับแล้วคร้าบ
ปราจีนบุรีในความทรงจำ
เรียนขับรถ&สอบใบขับขี่
มนุษย์เงินเดือน come back
กิจการขายเสื้อผ้าเด็กมือสองน่าจะไปได้ดี
เริ่มลงมือทำกิจการขายเสื้อผ้ามือสอง
เหนื่อยมากมาย
จบแล้วละคร จากนี้คือตอนที่เราสองต้องเดินแยกทาง
ฮัต&sorry sorry
สิ่งสำคัญที่ต้องใส่ใจเมื่อคุณต้องการทำประกัน
ฮัต@พังงา
ฤกษ์ดี เปิดร้านขายของออนไลน์+คลิปฮัตเล่นน้ำมาแล้วค้าบ
ไดอารี่วันนี้ เสี่ยงตาย
ก้าวแรกกับ stock photo
อากาศร้อน ๆ มาเล่นน้ำกับฮัตมั้ยครับ
ศิริราชในวันฝนพรำ
วันนี้เมื่อ 1 ปีที่แล้ว (ฮัต 1 ขวบแล้วค้าบ)
งานหล่อรูป "หมอชีวกโกมารภัจจ์"
หรือจะเครียดจนโรคประสาทมาทักทาย
เปลี่ยนหน่อย
10 เดือนค้าบ สวัสดีไวรัสโรต้า
รถไฟฟ้าไปหาปลาทู